Sunday, December 7, 2014

ประเทศไทยในสายตาชาวโลก แอนน์ แฟรงค์ : ตอน 7


การช่วงชิง ความเห็นของคนต่างชาติที่มีต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ผ่านสื่อกระแสหลักของรัฐนั้น ทำให้คนที่ไม่ได้สัมผัสกับคนต่างประเทศจริงๆ มีมุมมองว่า คนต่างชาติเห็นด้วยกับการรัฐประหาร เพราะยังมีคนต่างชาติเข้ามาเที่ยวเมืองไทยหลังรัฐประหาร มีการเชิญนายกรัฐมนตรีจากการรัฐประหารไปเยือนอย่างเป็นทางการ หรือมีประชุมระดับสากลนายกรัฐมนตรีจากการรัฐประหารก็ไปร่วมประชุม อย่างนี้พวกเราจะปฏิเสธได้อย่างไรว่าคนต่างชาติ ไม่ได้เห็นว่าการรัฐประหารในไทยมีผลกระทบกับตัวเอง แถมยังสนับสนุนด้วยซ้ำไป?

มุมมองที่ทำให้คนในประเทศส่วนใหญ่เริ่มลังเลว่า ตกลงการรัฐประหารครั้งนี้ดีจริงใช่หรือไม่ เพราะไม่เห็นการแสดงออกในการต้านรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหารเลย แต่นั่นเป็นเพียงสื่อกระแสหลักที่มอมเมาประชาชนไทยมาอย่างยาวนาน ทำให้เราไม่เห็นท่าทีที่แท้จริงของประชาชนในประเทศประชาธิปไตย เช่นในยุโรป อเมริกา ที่มีต่อการรัฐประหารในครั้งนี้
เมื่อเราได้เจอเพื่อนที่เป็นนักกิจกรรม นักสหภาพแรงงาน คนต่างชาติที่สนใจการเมืองไทยและติดตามอย่างใกล้ชิด แม้นแต่คนทั่วไปที่เคยเห็นการปกครองของทหารในประเทศต่างๆ ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง และใช้ปรากฏการณ์ของนักท่องเที่ยว การลงทุน การส่งออก รวมทั้งเศรษฐกิจในประเทศ มาประกอบกันมองภาพที่เป็นจริง ก็จะเห็นอีกมุมมองอย่างไม่น่าเชื่อเลยว่า คนนอกมองรัฐประหารในไทยอย่างน่ารังเกียจอย่างไร มองมุมมองระดับประเทศใหญ่ๆในโลกเช่น รัฐบาลออสเตรเลียประกาศไม่ให้ผู้นำทางทหารของไทยเข้าประเทศ ตามมาตรการที่เรียกว่า "กลไกป้องกันไม่ให้หัวหน้า คสช. เข้าประเทศ"

• สหรัฐระบุผิดหวังกับการตัดสินใจเข้ายึดอำนาจบริหารแผ่นดินของกองทัพไทย
• อังกฤษหวังผู้มีอำนาจกำหนดตารางเวลารวดเร็วสำหรับการเลือกตั้ง
• สิงคโปร์แนะทบทวนเดินทางมาไทย
• จีนหวังเห็นสังคมไทยคืนสู่ความปกติโดยเร็ว
• อียูเตือนประชาชนในการเดินทางเข้ามาประเทศไทย มีมาตรการทางการค้ากับรัฐบาลไทย
• และอีกหลายประเทศที่มีปฏิกิริยากับการรัฐประหารของกองทัพไทยในครั้งนี้ นักท่องเที่ยวที่เคยเห็นมาเมืองไทยกันหลังรัฐประหาร หลายคนบอกว่ามีการจองตั๋ว จองโรงแรมวางแผนมาเที่ยวไทยไว้ก่อนล่วงหน้าทำให้ยกเลิกไม่ทัน

องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนระดับสากล เช่น ฮิวแมนไรท์วอทซ์ กล่าวถึงการได้ผู้นำการทำรัฐประหาร 22 พ.ค. 57 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มาเป็นนายกรัฐมนตรี ว่าเป็นการเริ่มต้นของเผด็จการ และความมืดมนของสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยของไทย แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ออกแถลงการณ์ "ประเทศไทย: การปราบปรามอย่างรุนแรงไม่มีแนวโน้มลดลงในช่วง 100 วันหลังการยึดอำนาจของทหาร"
แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดเผยในรายงานฉบับใหม่ว่า มีการควบคุมตัวโดยพลการหลายร้อยกรณี รายงานการทรมานและการปฏิบัติที่โหดร้าย การจำกัดเสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุมอย่างสงบอย่างกว้างขวาง และการพิจารณาคดีที่ไม่เป็นธรรมในศาลทหาร ทำให้เกิดบรรยากาศของความกลัวในประเทศไทย และไม่มีแนวโน้มลดลงเลย เมื่อได้คุยกับเพื่อนๆ ชาวต่างชาติ เช่นคนในยุโรป พวกเขาบอกว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่สวยงาม ทะเลสวย พวกเขาชอบมาพักร้อน เขาชอบประเทศไทยมาก แต่เมื่อมีรัฐประหารเขารู้สึกว่ามันบ้ามาก ยิ่งได้รับข้อมูลในการควบคุมตัวประชาชนอย่างไร้เหตุผล พวกเขาคิดว่าประเทศไทยเป็นประเทศไม่น่าเข้ามาเที่ยวอีกแล้ว
พวกเขารู้สึกว่าในเมื่อคนในประเทศยังไร้เสรีภาพ พวกเขาจะเข้ามาเที่ยวอย่างมีความสุขได้อย่างไร บางคนมองว่าเมื่อก่อนเขาเคยรณรงค์ประชาธิปไตยในพม่า วันนี้พวกเขาอาจจะมี “โครงการรณรงค์ประชาธิปไตยในไทย” ก็ได้ ช่างเป็นเรื่องน่าเศร้ามากที่ประเทศไทยได้ย้อนหลังไปกว่าประเทศอื่นในภูมิภาคอาเซียน

ด้านการปกครอง เราสวนกระแสกับพม่าอย่างรุนแรง แต่ก็ยังมีคนที่ยังไม่เข้าใจในการรัฐประหารของไทย เพราะว่าด้วยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันยาวนานซับซ้อน บางเรื่องเล่าไม่ได้ ทำให้การปะติดปะต่อเรื่องค่อนข้างยากสำหรับคนต่างชาติที่ไม่ได้สนใจการเมืองไทย

บางคนเข้าใจว่าทหารเข้ามาปราบการคอร์รัปชั่น เพราะกลุ่มนักการเมืองฝ่ายคุณทักษิณคือมีการคอร์รัปชั่น และคนที่ต้านรัฐประหารเห็นด้วยกับการคอร์รัปชั่นใช่หรือไม่? คำถามแบบนี้ก็ทำให้เกิดการอธิบายกว่าจะเข้าใจได้ และคิดดูว่าในสภาวะสังคมไทยที่แตกแยกความเห็นแบ่งเป็นฝักฝ่าย ถ้าคำถามแบบนี้ไปถามคนอีกกลุ่ม คำตอบจะเป็นอย่างไร

นี่คือความยากในการอธิบายเรื่องการเมืองไทยให้กับคนในต่างประเทศเข้าใจได้อย่างแท้จริง หน้าที่หลักของฝ่ายประชาธิปไตยคือต้องอธิบายคำถามต่างๆของชาวต่างชาติให้เข้าใจการเมืองไทยให้ได้ ความซับซ้อนของการเมืองไทยมันผูกพันกับคนหลายกลุ่ม แต่ละกลุ่มมีอำนาจในการปกป้องตัวเองจากการอธิบาย ทำให้เพิ่มความยากในการสื่อสารให้คนเข้าใจการเมืองไทยมากขึ้น แต่ทุกอย่างไม่เกินพลังของประชาชนที่จะทำให้ความจริงปรากฏต่อสายตาชาวโลกว่า แท้จริงปัญหาการเมืองไทย ความไม่เท่าเทียม สิทธิเสรีภาพ ประชาธิปไตยขั้นพื้นฐานของประชาชนคนไทยเกิดขึ้นจากอะไร แล้วเมื่อนั้นปรากฏการณ์โลกล้อมไทยคงเกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง อย่าหยุดที่จะพูดความจริงเพื่อให้คนโกหกไร้ที่ยืน!!

-แอนน์ แฟรงก์
 

No comments:

Post a Comment